โครงการสระน้ำเพื่อชีวิต อุทิศถวาย พ่อของแผ่นดิน

          นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริของของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ มาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับ 60 ชุมชนแกนนำ ขยายผล รวม 932 หมู่บ้าน ที่สามารถลดปัญหาน้ำในพื้นที่ บริหารจัดการน้ำ ปรับเปลี่ยนปฏิทินเพาะปลูก มีรายได้เพิ่มจากการดำเนินงานทฤษฎีใหม่ โดยในปี พ.ศ. 2559 ที่ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้ง แต่ ชุมชนแกนนำที่ดำเนินงานทฤษฎีใหม่ รวม 18,418 ครัวเรือน ยังคงมีน้ำทำเกษตร มีรายได้รวม 733 ล้านบาท เกิดความมั่นคงน้ำ มั่นคงอาหาร รวมทั้ง เปลี่ยนการใช้พลังงานเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานเพิ่มขึ้น
          จากตัวอย่างความสำเร็จดังกล่าว มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงขยายผลการดำเนินงาน ภายใต้โครงการ สระน้ำเพื่อชีวิต อุทิศถวาย พ่อของแผ่นดิน เพื่อขยายตัวอย่างความสำเร็จของการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำ ให้ชุมชนเกิดความมั่นคงน้ำ มั่นคงอาหาร และมั่นคงพลังงาน

เพิ่มความมั่นคงน้ำ
พัฒนาแหล่งน้ำ โดย

  • กำหนดพื้นที่ขุดสระไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม. ขุดตามสภาพพื้นที่ (FREEFORM) ให้มีความลึก2 ระดับ ระดับแรก ลึก 3.0 ม. และระดับต่อมา ลึก 4.0 ม. ได้ปริมาตรดินขุดไม่น้อยกว่า 2,500 ลบ.ม. ปริมาตรน้ำเก็บกักสูงสุดไม่น้อยกว่า 5,000 ลบ.ม. บริหารน้ำตลอดทั้งปีมากกว่า 10,000 ลบ.ม. หรือคิดเป็นอัตราส่วน 1:2:4 (ขุด1 เก็บน้ำได้ 2 บริหารน้ำได้ 4 )
  • กำหนดพื้นที่คันล้อมรอบสระไม่น้อยกว่า 1,000 ตรม. สามารถใช้เป็นพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้น และพืชผักหมุนเวียนได้
  • กำหนดพื้นที่ชานสระ (หรือบ่าสระ) ไม่น้อยกว่า 1,000 ตรม. สามารถใช้เป็นพื้นที่ปลูกพืชผักหมุนเวียนได้
  • กำหนดพื้นที่รับน้ำฝนต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 10 เท่าของพื้นที่ผิวน้ำของสระ (ควรมีพื้นที่รับน้ำฝน ซึ่งน้ำฝนเพียงพอ ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนตกเฉลี่ยรายปี)
  • สร้างอาคารบังคับน้ำเข้า/ออก ควบคุมระดับน้ำด้วยบานไม้
  • ปลูกไม้ยืนต้นบริเวณคันสระด้านนอกเพื่อเป็นแนวกันลม ลดการระเหยของน้ำ พื้นที่คันสระใช้ปลูกพืชผักผสมผสานหมุนเวียนตลอดทั้งปี

ความมั่นคงอาหาร
สร้างรายได้สุทธิจากการปลูกพืชระยะสั้นในช่วงแล้ง (ไม่เกิน 3 เดือน) รายได้ไม่น้อยกว่า 30,000 บาท

  • ปริมาณน้ำใช้การในช่วงแล้ง 3,000 ลบ.ม. สามารถปลูกพืชระยะสั้นผสมผสาน อายุพืช 45-60 วัน  ความต้องการใช้น้ำต่อไร่ ไม่เกิน 600 ลบ.ม.ต่อไร่  ได้ประมาณ 5 ไร่  สร้างรายได้สุทธิไม่น้อยกว่า 6,000 บาท ต่อไร่

สร้างรายได้สุทธิจากการเลี้ยงปลาในสระ ไม่น้อยกว่า 60,000 บาท

  • ขายปลานิล 2,000 ตัวต่อไร่ น้ำหนักประมาณ 1,200 กก. รายได้สุทธิ  50  บาทต่อ กก.

ป้องกันความเสียหายนาข้าวจากฝนทิ้งช่วงได้ไม่น้อยกว่า 90,000 บาท

  • ปริมาณน้ำเก็บกักสูงสูงสุด 3,800 ลบ.ม. สามารถป้องกันความเสียหายของนาข้าวจากกรณี
    ฝนทิ้งช่วง
    ได้ไม่น้อยกว่า 10 ไร่ หรือมูลค่าความเสียหาย 9,000 บาทต่อไร่

ความมั่นคงพลังงาน
ใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานจากแสงอาทิตย์ ขนาด 300 วัตต์

  • สูบน้ำเข้าแปลงเกษตร วันละไม่น้อยกว่า 6 ลบ.ม.ช่วยลดค่าใช้จ่ายสูบน้ำ ไม่น้อยกว่า 4,500 บาท ต่อ 3,000 ลบ.ม. ด้วยเครื่องสูบน้ำแบบเครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็ก (ต้นทุนในการสูบน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำแบบเครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็ก 1.5 บาทต่อ 1 ลบ.ม.)

     

  

สระน้ำเพื่อชีวิต