สำรวจ JWC รอบตัดสิน กลุ่ม “จิตอาสารักษ์ภูมิปัญญาซั้ง รักษาสายน้ำ ตำบลท่าข้าม” จ.สงขลา

เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการเสริมสร้างและสนับสนุนความเข้าใจในการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่สำรวจโครงการเด็กและเยาวชนรักษ์น้ำสืบสานภูมิปัญญา "ซั้ง" ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสินโครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ ปี 2562

กลุ่ม "จิตอาสารักษ์ภูมิปัญญาซั้ง รักษาสายน้ำ ตำบลท่าข้าม" ดำเนินโครงการเด็กและเยาวชนรักษ์น้ำสืบสานภูมิปัญญา "ซั้ง" เพื่อสืบทอดภูมิปัญญาการทำซั้งในการกักน้ำ และดูแลรักษาสายน้ำลำคลองให้สะอาด โดยได้แนวคิดมาจากเสียงสะท้อนของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ที่ต้องการให้มีแหล่งน้ำได้เล่นอย่างเช่นในอดีต ซึ่งปัจจุบันแหล่งน้ำต่างๆได้หายไปพร้อมกับความสนุกในวัยเด็ก...

การดำเนินโครงการเด็กและเยาวชนรักษ์น้ำสืบสานภูมิปัญญา "ซั้ง" เป็นตัวอย่างหนึ่งของการทำงานร่วมกันของเยาวชนที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยมีหน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ มาช่วยเป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้เยาวชนและชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ รวมถึงเกิดการหวงแหนรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอีกด้วย

สำรวจ JWC รอบตัดสิน กลุ่มลังกาสุกะ/วิทยาลัยชุมชนปัตตานี จ.ปัตตานี

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 คณะกรรมการเสริมสร้างและสนับสนุนความเข้าใจในการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่สำรวจโครงการซั้งปลา: ภูมิปัญญาเพื่อการอนุรักษ์ป่าและน้ำ ณ หมู่บ้านตันหยงเปาว์ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสินโครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ ปี 2562

กลุ่มลังกาสุกะ วิทยาลัยชุมชนปัตตานี ดำเนินโครงการซั้งปลา: ภูมิปัญญาเพื่อการอนุรักษ์ป่าและน้ำ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์และที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งทะเลให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ โดยได้แนวคิดมาจากการลงสำรวจพื้นที่ชุมชนตันหยงเปาว์ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งนำภูมิปัญญาชาวบ้านในเรื่องการทำซั้งมาประยุกต์ใช้กับโครงการ

การดำเนินโครงการซั้งปลา: ภูมิปัญญาเพื่อการอนุรักษ์ป่าและน้ำ เป็นตัวอย่างหนึ่งของการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนกับเยาวชน รวมทั้งหน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลของไทยต่อไป

ชุมชนบ้านตูม จ.ยโสธร
สำรวจ JWC รอบตัดสิน ร.ร.ราชประชานุเคราะห์ 47 จ.เพชรบุรี

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คณะกรรมการเสริมสร้างและสนับสนุนความเข้าใจในการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่สำรวจโครงการพัฒนาแหล่งบำบัดน้ำเสียแบบยั่งยืน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสินโครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ ปี 2563

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จ.เพชรบุรี ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งบำบัดน้ำเสียแบบยั่งยืน เพื่อบำบัดน้ำและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ โดยได้แนวคิดมาจากการไปศึกษาดูงาน ณ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ซึ่งนำวิธีการบำบัดน้ำเสียมาประยุกต์ใช้กับโรงเรียน น้ำเสียจากสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงครัว โรงล้างถาด หอพัก ห้องน้ำ จะถูกนำมาบำบัด แล้วนำกลับไปใช้ในการเกษตรของโรงเรียน ทั้งนี้ ก่อนการนำน้ำกลับไปใช้ก็มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำที่นำกลับมาใช้นี้มีคุณภาพเหมาะสมที่จะใช้ในการอุปโภคและการเกษตรต่อไป

ประกาศผล JWC 62 รอบตัดสิน

ขอแสดงความยินดีกับกลุ่มเยาวชนทั้ง 13 กลุ่ม ที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสิน โครงการ "พี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ ปี 2562" สำหรับกลุ่มที่ไม่ผ่านการคัดเลือก มูลนิธิฯ จะส่งรายละเอียดเพื่อเป็นประโยชน์ในการนำเสนอโครงการในปี 2563 ต่อไป และขอส่งกำลังใจให้กับทุกทีมด้วยนะคะ

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านเมืองกลาง ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. เปิด “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านเมืองกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่”  โดยมี ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายศรันยู มีทองคำ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พลโทผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข กรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้แทนคณะกรรมการเสริมสร้างและสนับสนุนความเข้าใจในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ผู้แทนจากส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมงานครั้งนี้ด้วย

ชุมชนบ้านเมืองกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นชุมชนต้นแบบที่ได้รับความสำเร็จจนสามารถพึ่งพาตนเองได้จากการนำ “กรอบคิด” เรื่องการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า มาประยุกต์ใช้ร่วมกับภูมิปัญญาด้านบริหารจัดการน้ำของบรรพบุรุษที่สืบทอดมายาวนานกว่า 300 ปี เกิดการเรียนรู้ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการพัฒนาคน และ “กรอบงาน”  จนเกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากร โดยมีการฟื้นฟูป่าต้นน้ำและแหล่งกักเก็บสำรองน้ำ ดูแลรักษาและบริหารจัดการน้ำให้เหมาะกับภูมิสังคม ตลอดจนนำพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบเหมืองฝาย แต ต๊าง ท่อน้ำลอดน้ำล้น บริหารจัดการและกระจายน้ำตามความลาดชันของพื้นที่เกษตรจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ โดยมีกฎ กติกา การใช้น้ำ จนเกิดความมั่นคงน้ำ สามารถจัดสรรน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ 3,800 ไร่ 578 ครัวเรือน 1,950 คน มีการวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนและปรับเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ ส่งผลให้มีผลผลิตที่หลากหลาย ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน

สำหรับชุมชนแห่งนี้ นับเป็นชุมชนตัวอย่างความสำเร็จจากการรักษาวิถีชีวิตเดิม สู่การเรียนรู้ ประยุกต์ใช้ และดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริ จึงได้รับการจัดตั้งให้เป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ” ลำดับที่ 22 และเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเรียนรู้การน้อมนำแนวพระราชดำริ และแนวทางในการทำงานไปปรับใช้กับพื้นที่ของตนเองต่อไป

โครงการรักน้ำ “สร้างศาลาร่วมรู้ เสริมคันฝาย ปลูกแนวกันไฟ”

เมื่อวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ดร. รอยล จิตรดอน
กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับผู้บริหาร มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย นายอำเภอห้างฉัตร รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงตาล จิตอาสาจาก บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด หน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่น เยาวชน ชาวบ้านและชุมชนบ้านแม่ตาลน้อย ร่วมกิจกรรมอาสาสมัครโครงการรักน้ำ “สร้างศาลาร่วมรู้ เสริมคันฝาย ปลูกแนวกันไฟ” โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และดูแลรักษาแหล่งน้ำให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเป็นการฟื้นฟูป่าต้นน้ำด้วยการสร้างฝายและสร้างแนวป่าเปียกด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่น ลดการเกิดไฟป่า และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตามแนวพระราชดำริ คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์อนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่ตาลน้อย ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

มูลนิธิโคคา - โคลา ประเทศไทย ได้เข้ามาสนับสนุนการจัดการน้ำชุมชนบ้านแม่ตาลน้อยตั้งแต่ปี 2554 และดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนับเป็นปีที่ 8 โดยผลสำเร็จของการดำเนินงาน เริ่มจากการสร้างฝายชะลอน้ำและดักตะกอนในลำห้วยต้นน้ำ เช่น ลำห้วยเหล่าหลวง ลำห้วยบัวแก้ว และลำห้วยสาขาอีกกว่า 17 ลำห้วย ช่วยลดปัญหาตะกอนทรายที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำแม่ตาลน้อย อีกทั้งชุมชนยังสร้างแนวป่าเปียกเพื่อเป็นแนวกันไฟ ลดปัญหาไฟป่าและสร้างความชุ่มชื้น ทำให้มีน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำแม่ตาลน้อยได้ตลอดทั้งปี ช่วยเพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำกว่า 1,400 ล้านลิตร นอกจากนี้ ชุมชนยังใช้น้ำอย่างคุ้มค่าในพื้นที่การเกษตรด้วยการส่งน้ำผ่านท่อลดการสูบจากลำห้วย เกิดกลุ่มเยาวชนสานต่อการดำเนินงาน และชุมชนเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูกมาเป็นการทำเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ ใช้น้ำน้อย

ผลสำเร็จในพื้นที่ชุมชนบ้านแม่ตาลน้อย เมื่อเทียบกับสถานการณ์น้ำในประเทศไทยพบว่า ช่วงปี 2557-2558 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งที่สุด แต่ฝายในพื้นที่ป่าต้นน้ำ และลำห้วยเหล่าหลวง สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ มีน้ำเก็บกักหน้าฝาย พื้นที่ชุ่มชื้นตลอดทั้งปี และในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ปี 2561 ที่ผ่านมา มีรายงานการก่อตัวของพายุเบบินคาที่ส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งชุมชนแม่ตาลน้อยก็ได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าวด้วย คือ มีฝนตกหนักในพื้นที่ ปริมาณฝนสะสมรายวัน 44 มิลลิเมตร (ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2561) เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ต้นน้ำ แต่ด้วยโครงสร้างแนวป้องกันตลิ่ง ฝายชะลอและเก็บกักน้ำ ทำให้พื้นที่นี้ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว และยังสามารถเก็บน้ำในพื้นที่ป่าและลำห้วยได้อีกด้วย

ชุมชนบ้านหนองตาจอน จ.ราชบุรี